วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562

สีในวัฒนธรรมจีน



สีในวัฒนธรรมจีน         หมายถึง สีต่าง ๆ ที่มีความหมายทั้งในทางที่ดี (auspicious; 吉利) และไม่ดี (inauspicious; 不利) ตัวอักษรภาษาจีนของคำว่า สี คือ 顏色  (yánsè) ในสมัยจีนโบราณมักใช้ตัวอักษร (sè) เพียงตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งมีความหมายโดยตรงถึงสีบนใบหน้า (color in the face) หรือ อารมณ์ความรู้สึก (emotion) เพราะคำว่า '' หมายถึงพื้นที่ระหว่างคิ้ว '' หมายถึงลมปราณ ปราชญ์จีนโบราณกล่าวว่า เมื่อคนเราเกิดความรู้สึกต่าง ๆ ที่ใจ พลังงาน หรือ 'ชี่' จะไปแสดงออกที่หว่างคิ้ว กลายเป็นอารมณ์หรือสีหน้าเริ่มมีการใช้คำว่า 顏色(yánsè) ในความหมายของสีทุกสีในช่วงสมัยราชวงศ์ถัง อีกทั้งมีสำนวนจีนที่กล่าวว่า “wǔ (ห้า) yán liù (หก) sè” ใช้ในการอธิบายถึงความหลากหลายของสี จึงเป็นการใช้คำว่า 顏色   (สี) ในความหมายทั่วไป
ทฤษฎีเบญจธาตุ

                                       


 ในศิลปะและวัฒนธรรมของจีนโบราณมีการใช้สีพื้นฐาน สี คือ สีน้ำเงิน หรือที่เรียกว่า 

ชิง (qing; ซึ่งเป็นการผสมสีเขียวและสีน้ำเงินเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า "grue"
 ซึ่งมาจากคำว่า "blue" และคำว่า "green")



                         
                สีแดง สีเหลือง สีขาว และสีดำ ซึ่งมีความนัยถึงธาตุทั้ง 5 ธาตุ คือ น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ และดิน ตามลำดับ โดยตลอดสมัยราชวงศ์ซาง (商朝 Shāng cháo) ราชวงศ์ถัง (อังกฤษ 唐朝 Táng Cháo) ราชวงศ์โจว (周朝Zhōu Cháo) และราชวงศ์ฉิน ( 秦朝Qín Cháo) สมเด็จพระจักรพรรดิได้ทรงใช้ทฤษฎีเบญจธาตุ หรือธาตุทั้ง 5 (อังกฤษ: Theory of the Five Elements หรือ Wu Xing五行wŭ xíng) ในการเลือกใช้สีทั้งสิ้น



          สีชิง (เขียวอมน้ำเงิน)  แม้ว่าขณะนี้ประเทศจีนจะมีคำแยกต่างหากสำหรับ "สีฟ้า" () แต่ในสมัยโบราณมีการจัดเฉดสีฟ้าเข้ารวมกับสีเขียว โดยใช้ชื่อเรียกว่า (qing) ซึ่งมีที่มาจากการเกิดต้นใหม่ของพืช สีนี้เป็นสีที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธาตุไม้ (อาทิ ชีวิตของพึช) มันจึงหมายถึงความเจริญเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า สีแทนความหม่นหมอง แต่เมื่อมันมาอยู่ รวมกันก็จะเกิดความหมายใหม่ที่ดีๆเพราะสีเขียวอมน้ำเงินนั้นไปพ้องกับสีของใบไผ่ เป็นไม้มงคลของชาวจีน ชาวจีนมีความเชื่อว่าสีเขียวอมน้ำเงินเป็นสีแห่งความ อ่อนเยาว์ในทางจิตวิทยา ได้รวมเอาคุณลักษณะของหลายสีเข้าด้วยกัน ได้แก่ สีเหลือง สีน้ำเงิน สีขาว แม้สีฟ้าจะถูกมองว่าหม่นหมอง แต่เมื่อได้ความสดใสจากสีเหลือง เข้ามาช่วยแล้ว ก็ทำให้สีเขียวอมน้ำเงินช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกให้สดชื่นได้

          
สีแดง 
เป็นสีที่เกี่ยวเนื่องกับไฟ ธาตุไฟในแผนภูมิโป้ยก่วย (八卦) ของจีน หมายถึงแสงสว่าง ความอบอุ่น พละกำลัง และความรุ่งโรจน์ สีแดงจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสุข สามารถพบการใช้สีแดงได้ทุกที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่จีน วันหยุดอื่น ๆ และในการพบปะของครอบครัว ซองอั่งเปาซึ่งเป็นเงินของขวัญที่จะได้รับในสังคมจีนช่วงวันหยุดหรือโอกาสพิเศษมีการใช้สีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีเช่นกัน
สีแดงจึงเป็นที่ต้องห้ามในงานศพในฐานะที่เป็นสีสัญลักษณ์ของความสุข และชื่อของผู้ตายมักถูกเขียนขึ้นโดยใช้สีแดง จึงถือว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสมที่จะใช้หมึกสีแดงสำหรับเขียนชื่อบุคคลในบริบทอื่น ๆ
ประเทศจีนในปัจจุบัน สีแดงยังคงเป็นสีที่นิยมมากและนำมาใช้โดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ แม้ในตลาดหุ้นของจีน สีแดงก็เข้ามามีบทบาทด้วยเช่นกัน กระดานหุ้นของประเทศในแถบตะวันตก เช่น ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา หรือในประเทศอื่นอีกหลาย ๆ ประเทศ เมื่อตัวเลขเป็นสีแดงหมายถึงราคาหุ้นที่ร่วงหรือลดลงจากเดิม แต่สำหรับในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง หากตัวเลขราคาหุ้นเป็นสีแดง กลับหมายถึงราคาหุ้นที่กำลังขึ้นหรือเพิ่มขึ้นกว่าเดิม จึงมีคำว่า "เปิดกระดานแดง (开红盘)" ที่หมายถึงหุ้นดีดตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด

           สีเหลืองหรือสีทอง สีเหลือง เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุดิน ซึ่งหมายถึง ความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทั้งในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกและชีวิตความเป็นอยู่ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสีของจักรพรรดิจีน โดยเป็นสีสัญลักษณ์ของห้าจักรพรรดิในตำนานของจีนโบราณ เป็นสีที่มักใช้ประดับพระราชวัง แท่นบูชา และวัด รวมถึงใช้สำหรับเสื้อคลุมและเครื่องทรงขององค์จักรพรรดิด้วย และมีสีทองเป็นส่วนประกอบในทางจิตวิทยา สีบอกถึงความบริบูรณ์ กระปรี้กระเปล่า พลังแห่งความหวัง ความสดชื่น รื่นเริงบันเทิงใจและเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ ความหมายในเชิงของ ฮวงจุ้ย ก็พอจะทำให้เห็นว่าความสดชื่นรื่นเริง ความหวังเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เมื่อประชาชนรักในกษัตริย์ของตนเอง จึงต้องการให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับบุคคลที่ตนรักเช่นกัน ต่างกันตรงที่สีเหลืองในทางฮวงจุ้ย เป็นสิ่งที่สูงส่งห้ามใช้ในบางกรณี เพราะต้องสงวนให้กษัตริย์เท่านั้น สีเหลืองมีความหมายถึงความเป็นอิสระจากความกังวลในทางโลก จึงมักใช้มากในพุทธศาสนา อาทิ เครื่องนุ่งห่มของพระสงฆ์ที่เป็นสีเหลือง เช่นเดียวกับสีที่ใช้ประดับวัด และยังเป็นสีที่ใช้สำหรับการไว้ทุกข์ในพุทธศาสนาของจีนด้วย

           สีขาว มีความหมายถึงโลหะ โดยมี "ทอง (gold)" เป็นตัวแทน เป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงถึงความสว่าง บริสุทธิ์ และสมปรารถนา ในวัฒนธรรมจีนสีขาวยังเป็นสีแห่งความโศกเศร้าที่ใช้ในงานศพ เกี่ยวเนื่องกับความตายและความโศกเศร้า จึงเป็นสีต้องห้ามสำหรับงานมงคล

           สีดำ เป็นสีที่มีความหมายถึง น้ำ และเป็นสีกลาง (neutral color) ทำให้มีคุณสมบัติลึกลับไม่แน่นอนแต่สามารถอยู่หลอมรวมกับทุกสิ่งได้มีทั้งพลังอำนาจและความอ่อนไหวไปพร้อม ๆ กัน ให้ทั้ง คุณประโยชน์มากมาย และยังสามารถนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ยากจะประเมินค่าได้ดังนั้น สีดำจึงหมายถึงความคลุมเครือไม่แน่นอนเช่นเดียวกับกระแสน้ำ หมายถึงความลึกล้ำที่ยากจะหยั่งถึง ในทางจิตวิทยา สีดำเป็นสีที่เร้นลับ เคร่งขรึม โศกเศร้า ในหนังสืออี้จิง (Book of Changes) อ้างถึงสีดำว่าเป็นสีของสวรรค์ ด้วยคำกล่าวที่ว่า“สวรรค์และโลกแห่งสีดำอันลึกลับ (heaven and earth of mysterious black)” ที่มีที่มาจากการสังเกตท้องฟ้าทางทิศเหนือซึ่งเป็นสีดำมืด นำมาซึ่งความเชื่อที่ว่าองค์จักรพรรดิ์ หรือ เทียนตี้ (Heavenly Emperor; 天帝) คือผู้ที่มาจากดาวเหนือ จักรพรรดิในสมัยโบราณจึงใช้สีดำเป็นสีของเครื่องทรงมาโดยตลอด จนถึงสมัยราชวงศ์ฮั่นจึงมีการเปลี่ยนไปใช้สีเหลืองแทน สัญลักษณ์ไท่จิ (อ 太极tàijí แปลตามตัวอักษรว่า "great pole") ใช้สีดำและสีขาวเป็นตัวแทนแห่งความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างหยินและหยาง (Yin and Yang) ในสมัยจีนโบราณถือว่าสีดำเป็นราชาแห่งสีทั้งหลาย (king of colors) และยังให้เกียรติสีดำมากกว่าสีอื่น ๆ เล่าจื๊อเคยกล่าวไว้ว่า "ห้าสีทำให้คนตาบอด (five colors make people blind)" ดังนั้นสถาบันเต๋าจึงใช้สีดำเป็นสีสัญลักษณ์ประจำของเต๋า (Dao) นอกจากนั้นสีดำยังมีความหมายโดยนัยถึงความเศร้าโศก และความตายด้วย
  






อ้างอิง

https://m.91ddcc.com/t/19067
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99
http://www.homelittlegirl.com/index.php?topic=7402
https://wandarandoshop.com/product/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%86-mini-cloud-light/
https://iddi168.wordpress.com/2016/08/22/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2/

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

อักษรภาพจีน



กำเนิดอักษรจีน

         ตัวอักษรจีนเป็นรูปแบบตัวอักษรภาพโดยพื้นฐานแสดงความหมายโดยถือตัวอักษรที่เขียนตามรูปของสิ่งของต่างๆเป็นพื้นฐาน มีจำนวนตัวอักษรทั้งหมดประมาณหนึ่งหมื่นตัว ที่ใช้บ่อยๆมีประมาณสามพันตัว ตัวอักษรกว่าสามพันตัวนี้สามารถประกอบเป็นคำและสำนวนมากมาย คำและสำนวนต่างๆก็จะประกอบเป็นประโยค
          ชาวจีนสังเกตธรรมชาติรอบตัว แล้วร่างขึ้นมาเป็นภาพ
อักษรจีนสมัยโบราณ แตกต่างกว่าปัจจุบันมาก ยิ่งอักษรตัวย่อที่จีนแผ่นดินใหญ่ใช้ด้วยแล้ว แปลงจากอักษรภาพในสมัยโบราณไปจนบางคำแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่ถ้าเราสนใจและศึกษาอย่างจริงจัง เราจะมองเห็นที่มาของอักษรจีนแทบทุกตัว


    ตัวแรก  คือ อักษร 山 shān (ซาน)



                                                

            ตัวที่สอง 日 rì (รื่อ)
                                
                                                                        ตัวที่สาม 月 yuè (เยวี่ย)

   

                                   



                                            



                                            

ตัวที่ 4 เกิดจาก 2 คำผสมกัน คือคำว่า 日 rì (รื่อ) + 月 yuè (เยวี่ย) พระจันทร์ = 明 míng (หมิง)



                             
แสงอาทิตย์ + แสงจันทร์ ความหมายของคำนี้จึงแปลว่า แสงสว่าง

          อักษรภาพ (象形字 xiàngxíngzì) เป็นการวาดภาพจากของจริงอย่างชัดเจน เกือบทั้งหมดเป็นตัวหนังสือเดี่ยว
          ตัวหนังสือประเภทนี้เป็นตัวหนังสือที่เก่าแก่ที่สุด ถึงแม้ว่ามีจำนวนแค่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของตัวหนังสือที่ใช้บ่อยในปัจจุบันนี้ แต่ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะเกือบทั้งหมดถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของตัวหนังสือผสมที่ประดิษฐ์ขึ้นในภายหลัง ตัวหนังสือประเภทนี้เป็นตัวหนังสือที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน คนที่เพิ่งเรียนภาษาจีนใหม่ ๆ ควรจะเรียนรู้ตัวหนังสือจีนจากส่วนนี้ก่อนเพราะเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การเข้าในระบบการเขียนของภาษาจีนอย่างถูกต้องและถ่องแท้























                             ดูออกไหม อักษรจีนที่แฝงอยู่ในรูปมีคำศัพท์เกี่ยวกับอะไรบ้าง







https://teen.mthai.com/education/110769.html
https://blingblingimfai.wordpress.com/about/
https://www.hellonihaoschool.com/page/id/1521095144780626

ทางเหนือของประเทศจีน







ปักกิ่ง 北京


         เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน กรุงปักกิ่งเป็นศูนย์การเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษาและเขตชุมทางการคมนาคมทั่วประเทศจีนและก็เป็นเมืองท่อง เที่ยวที่มีชื่อดังทั้งในประเทศจีนและในโลก แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีกำแพงเมืองจีน พระราชวังโบราณ หอสักการะฟ้าเทียนถัน สุสานจักรพรรดิสมัยราชวงศ์หมิง วังพักร้อนอี๋เหอหยวนและภูเขาเซียงซาน เป็นต้น ปัจจุบันปักกิ่งเป็นเขตการปกครองพิเศษแบบมหานคร 1 ใน 4 แห่งของจีน ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากับมณฑลหลังจากปักกิ่งได้รับการจัดตั้งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 โดยเฉพาะหลังจากสมัย 80 ศตวรรษที่ 20 เมืองปักกิ่งได้พัฒนาอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ มีการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ปัจจุบันนี้ปักกิ่งมีถนนที่สลับกัน ตึกสูงๆ โดยไม่เพียงแต่รักษาสภาพเมืองโบราณ และยังแสดงถึงสภาพเมืองที่ทันสมัย กลายเป็นเมืองใหญ่ของโลก


เทียนจิน / เทียนสิน  天津         



            ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปักกิ่ง ด้านตะวันออกติดกับอ่าวป๋อไห่ (Bohai Bay) มีสถานภาพเป็น "เทศบาลเมือง" (Special Municipality) ซึ่งการปกครองขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง ห่างจากเมืองปักกิ่งซึ่งเป็นเมืองหลวง ประมาณ 120 กิโลเมตรคือหนึ่งใน 4 เทศบาลนครของจีน เทศบาลนครเทียนจินมีระดับเทียบเท่ากับมณฑลและปกครองจากรัฐบาลกลางโดยตรง พื้นที่ของเทียนจินเป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในจีนแผ่นดินใหญ่ จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศจีน มีฉายา "เซี่ยงไฮ้ทางเหนือ" เนื่องจากประวัติที่เดิมเคยเป็นเมืองเช่าของตะวันตก การส่งออกอุตสาหกรรมหนัก เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่และมีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก



ฮาร์บิน 哈尔滨
  

     
          ฮาร์บินเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดของจีน โดยเฉพาะในด้านสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากรัสเซียและยุโรป แต่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว  ฮาร์บินมีสมญานามว่า 'ไข่มุกบนคอหงส์' เนื่องจากสัญฐานของมณฑลเหยหลงเจียงมีลักษณะคล้ายหงส์ ส่วนสมญานามอื่น ๆ คือ 'มอสโกแห่งตะวันออก' หรือ 'ปารีสแห่งตะวันออก' เนื่องจากลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนในเมืองคล้ายกับในมอสโกหรือปารีส และฮาร์บินยังเป็นที่รู้จักในชื่อ 'เมืองแห่งน้ำแข็ง' เพราะมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวเย็นมาก   
         
          ฮาร์บินเป็นเมืองหนึ่งที่มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับหิมะและน้ำแข็ง โดยทางภูมิศาสตร์แล้ว ฮาร์บินตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ในจุดที่ได้รับอิทธิพลจากลมหนาวในฤดูหนาวจากไซบีเรียโดยตรง ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 21.2 °C และในฤดูหนาวจะอยู่ที่ -16.8 °C บางครั้งอาจลดลงถึง -38.1 °C 
         
           เทศกาลงานแกะสลักหิมะและน้ำแข็งนานาชาติแห่งเมืองฮาร์บิน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2528 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม มีระยะเวลา 1 เดือน กิจกรรมในช่วงเวลาเทศกาลมีทั้งการแข่งขันสกี Yabuli Alpine การแข่งขันว่ายน้ำในแม่น้ำซงหัว และนิทรรศการโคมน้ำแข็งในสวนเจ้าหลิน


มณฑลเหอเป่ย 河北



         เป็นมณฑลหนึ่งในภาคเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่อย่อของมณฑล คือ "จี้" (冀 Jì) ซึ่งตั้งตามชื่อมณฑลในสมัยราชวงศ์ฮั่น คำว่า เหอเป่ย์ เมื่อแปลตรงตัวหมายถึง "ทางเหนือของแม่น้ำ" ตามที่ตั้งของมณฑลที่อยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำเหลือง
         พื้นที่มณฑลเหอเป่ย์ล้อมรอบเทศบาลนครสองแห่ง ได้แก่ ปักกิ่ง และเทียนจิน มีอาณาเขตติดต่อกับมณฑลเหลียวหนิงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางทิศเหนือ มณฑลชานซีทางทิศตะวันตก มณฑลเหอหนานทางทิศใต้ มณฑลชานตงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทะเลปั๋วไห่ทางทิศตะวันออก


อ้างอิง
http://www.thai2china.com/town_beijing.html
http://www.thai2china.com/town_tianjin.html
http://www.thai2china.com/town_harbin.html
https://www.thaibizchina.com/country/hebei/
https://www.youtube.com/watch?v=R10KxX-A5Dk&t=17s
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B9%8C