วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

อักษรภาพจีน



กำเนิดอักษรจีน

         ตัวอักษรจีนเป็นรูปแบบตัวอักษรภาพโดยพื้นฐานแสดงความหมายโดยถือตัวอักษรที่เขียนตามรูปของสิ่งของต่างๆเป็นพื้นฐาน มีจำนวนตัวอักษรทั้งหมดประมาณหนึ่งหมื่นตัว ที่ใช้บ่อยๆมีประมาณสามพันตัว ตัวอักษรกว่าสามพันตัวนี้สามารถประกอบเป็นคำและสำนวนมากมาย คำและสำนวนต่างๆก็จะประกอบเป็นประโยค
          ชาวจีนสังเกตธรรมชาติรอบตัว แล้วร่างขึ้นมาเป็นภาพ
อักษรจีนสมัยโบราณ แตกต่างกว่าปัจจุบันมาก ยิ่งอักษรตัวย่อที่จีนแผ่นดินใหญ่ใช้ด้วยแล้ว แปลงจากอักษรภาพในสมัยโบราณไปจนบางคำแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่ถ้าเราสนใจและศึกษาอย่างจริงจัง เราจะมองเห็นที่มาของอักษรจีนแทบทุกตัว


    ตัวแรก  คือ อักษร 山 shān (ซาน)



                                                

            ตัวที่สอง 日 rì (รื่อ)
                                
                                                                        ตัวที่สาม 月 yuè (เยวี่ย)

   

                                   



                                            



                                            

ตัวที่ 4 เกิดจาก 2 คำผสมกัน คือคำว่า 日 rì (รื่อ) + 月 yuè (เยวี่ย) พระจันทร์ = 明 míng (หมิง)



                             
แสงอาทิตย์ + แสงจันทร์ ความหมายของคำนี้จึงแปลว่า แสงสว่าง

          อักษรภาพ (象形字 xiàngxíngzì) เป็นการวาดภาพจากของจริงอย่างชัดเจน เกือบทั้งหมดเป็นตัวหนังสือเดี่ยว
          ตัวหนังสือประเภทนี้เป็นตัวหนังสือที่เก่าแก่ที่สุด ถึงแม้ว่ามีจำนวนแค่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของตัวหนังสือที่ใช้บ่อยในปัจจุบันนี้ แต่ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะเกือบทั้งหมดถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของตัวหนังสือผสมที่ประดิษฐ์ขึ้นในภายหลัง ตัวหนังสือประเภทนี้เป็นตัวหนังสือที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน คนที่เพิ่งเรียนภาษาจีนใหม่ ๆ ควรจะเรียนรู้ตัวหนังสือจีนจากส่วนนี้ก่อนเพราะเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การเข้าในระบบการเขียนของภาษาจีนอย่างถูกต้องและถ่องแท้























                             ดูออกไหม อักษรจีนที่แฝงอยู่ในรูปมีคำศัพท์เกี่ยวกับอะไรบ้าง







https://teen.mthai.com/education/110769.html
https://blingblingimfai.wordpress.com/about/
https://www.hellonihaoschool.com/page/id/1521095144780626

ทางเหนือของประเทศจีน







ปักกิ่ง 北京


         เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน กรุงปักกิ่งเป็นศูนย์การเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษาและเขตชุมทางการคมนาคมทั่วประเทศจีนและก็เป็นเมืองท่อง เที่ยวที่มีชื่อดังทั้งในประเทศจีนและในโลก แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีกำแพงเมืองจีน พระราชวังโบราณ หอสักการะฟ้าเทียนถัน สุสานจักรพรรดิสมัยราชวงศ์หมิง วังพักร้อนอี๋เหอหยวนและภูเขาเซียงซาน เป็นต้น ปัจจุบันปักกิ่งเป็นเขตการปกครองพิเศษแบบมหานคร 1 ใน 4 แห่งของจีน ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากับมณฑลหลังจากปักกิ่งได้รับการจัดตั้งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 โดยเฉพาะหลังจากสมัย 80 ศตวรรษที่ 20 เมืองปักกิ่งได้พัฒนาอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ มีการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ปัจจุบันนี้ปักกิ่งมีถนนที่สลับกัน ตึกสูงๆ โดยไม่เพียงแต่รักษาสภาพเมืองโบราณ และยังแสดงถึงสภาพเมืองที่ทันสมัย กลายเป็นเมืองใหญ่ของโลก


เทียนจิน / เทียนสิน  天津         



            ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปักกิ่ง ด้านตะวันออกติดกับอ่าวป๋อไห่ (Bohai Bay) มีสถานภาพเป็น "เทศบาลเมือง" (Special Municipality) ซึ่งการปกครองขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง ห่างจากเมืองปักกิ่งซึ่งเป็นเมืองหลวง ประมาณ 120 กิโลเมตรคือหนึ่งใน 4 เทศบาลนครของจีน เทศบาลนครเทียนจินมีระดับเทียบเท่ากับมณฑลและปกครองจากรัฐบาลกลางโดยตรง พื้นที่ของเทียนจินเป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในจีนแผ่นดินใหญ่ จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศจีน มีฉายา "เซี่ยงไฮ้ทางเหนือ" เนื่องจากประวัติที่เดิมเคยเป็นเมืองเช่าของตะวันตก การส่งออกอุตสาหกรรมหนัก เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่และมีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก



ฮาร์บิน 哈尔滨
  

     
          ฮาร์บินเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดของจีน โดยเฉพาะในด้านสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากรัสเซียและยุโรป แต่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว  ฮาร์บินมีสมญานามว่า 'ไข่มุกบนคอหงส์' เนื่องจากสัญฐานของมณฑลเหยหลงเจียงมีลักษณะคล้ายหงส์ ส่วนสมญานามอื่น ๆ คือ 'มอสโกแห่งตะวันออก' หรือ 'ปารีสแห่งตะวันออก' เนื่องจากลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนในเมืองคล้ายกับในมอสโกหรือปารีส และฮาร์บินยังเป็นที่รู้จักในชื่อ 'เมืองแห่งน้ำแข็ง' เพราะมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวเย็นมาก   
         
          ฮาร์บินเป็นเมืองหนึ่งที่มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับหิมะและน้ำแข็ง โดยทางภูมิศาสตร์แล้ว ฮาร์บินตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ในจุดที่ได้รับอิทธิพลจากลมหนาวในฤดูหนาวจากไซบีเรียโดยตรง ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 21.2 °C และในฤดูหนาวจะอยู่ที่ -16.8 °C บางครั้งอาจลดลงถึง -38.1 °C 
         
           เทศกาลงานแกะสลักหิมะและน้ำแข็งนานาชาติแห่งเมืองฮาร์บิน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2528 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม มีระยะเวลา 1 เดือน กิจกรรมในช่วงเวลาเทศกาลมีทั้งการแข่งขันสกี Yabuli Alpine การแข่งขันว่ายน้ำในแม่น้ำซงหัว และนิทรรศการโคมน้ำแข็งในสวนเจ้าหลิน


มณฑลเหอเป่ย 河北



         เป็นมณฑลหนึ่งในภาคเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่อย่อของมณฑล คือ "จี้" (冀 Jì) ซึ่งตั้งตามชื่อมณฑลในสมัยราชวงศ์ฮั่น คำว่า เหอเป่ย์ เมื่อแปลตรงตัวหมายถึง "ทางเหนือของแม่น้ำ" ตามที่ตั้งของมณฑลที่อยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำเหลือง
         พื้นที่มณฑลเหอเป่ย์ล้อมรอบเทศบาลนครสองแห่ง ได้แก่ ปักกิ่ง และเทียนจิน มีอาณาเขตติดต่อกับมณฑลเหลียวหนิงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางทิศเหนือ มณฑลชานซีทางทิศตะวันตก มณฑลเหอหนานทางทิศใต้ มณฑลชานตงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทะเลปั๋วไห่ทางทิศตะวันออก


อ้างอิง
http://www.thai2china.com/town_beijing.html
http://www.thai2china.com/town_tianjin.html
http://www.thai2china.com/town_harbin.html
https://www.thaibizchina.com/country/hebei/
https://www.youtube.com/watch?v=R10KxX-A5Dk&t=17s
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B9%8C

นาฬิกาออกกำลังกาย







ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเลือกนาฬิกาสุขภาพ

1.  รูปแบบการวัดชีพจร ในกรณีของผู้ที่ต้องการคำนวณการใช้แคลอรี่ให้แม่นยำที่สุด หรือต้องการออกกำลังกายแบบ Interval ซึ่งใช้การนับก้าวเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอแน่นอน การวัดระดับชีพจรจึงเข้ามามีบทบาท ซึ่งรูปแบบการวัดนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 

-  การวัดชีพจรแบบใช้สายคาดหน้าอก จัดเป็นการวัดชีพจรที่แม่นยำที่สุด สามารถใช้กับการออกกำลังกายแบบ Interval ได้ดี ให้ค่าชีพจรตอบสนองในแบบ Real-time และต่อเนื่อง หากแต่การสวมใส่สายคาดนั้นอาจอึดอัดและไม่สะดวกสบายนัก
-  การวัดชีพจรทางข้อมือ (Optical-HR-Wrist-Based) เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ทุกแบรนด์ต่างก็ขยันแข่งกันออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในรูปแบบนี้ ซึ่งความแม่นยำนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละแบรนด์ แต่ที่แน่ๆยังสู้การวัดชีพจรแบบใช้สายคาดหน้าอกไม่ได้ แต่สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย และไม่ได้ต้องการค่าวัดที่แม่นยำอะไรมาก ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียวค่ะ

 
2.ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนของเรา รวมถึงแอปพลิเคชั่นที่เราชอบ หรือใช้งานอยู่แล้วเป็นประจำ ควรเลือกที่มันใช้งานร่วมกันได้ เพราะการซิงค์ข้อมูลนาฬิกาผ่านแอปพลิเคชั่นมายังสมาร์ทโฟน เราจะสามารถดูข้อมูลการออกกำลังกายอย่างละเอียดในภายหลังได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าซื้อมาแล้วมันดันไม่รองรับกับการใช้งานร่วม ก็น่าเสียดายที่เราไม่อาจใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือเต็มความสามารถที่มันสามารถให้ได้นั่นเอง

3.ฟีเจอร์ เป็นอีกสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะนาฬิกาในแต่ละรุ่นมักจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป หน้าจอสี, หน้าจอสัมผัส, ถ้ามี GPS ในตัวก็จะเหมาะกับผู้ที่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือแม้แต่ฟีเจอร์การควบคุมเสียงเพลง ไปจนถึงการรองรับรูปแบบการออกกำลังกายพิเศษสำหรับคนที่ต้องการวัดค่าเฉพาะทาง เช่น การวิ่งเทรล, ปั่นจักรยานว่ายน้ำวิ่งบนลู่เวท เทรนนิ่งฟุตบอลบาสเก็ตบอล ฯลฯ

4.แบตเตอรี่ และการชาร์จ ดูเหมือนจะไม่สำคัญ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ เพราะการออกกำลังกายในแต่ละครั้ง ใช้เวลานานพอสมควรเหมือนกัน ยิ่งบางรุ่นที่ใช้ GPS ก็จะยิ่งเปลืองแบตฯมากขึ้น การมีนาฬิกาสุขภาพที่แบตเตอรี่อึดๆ ชาร์จทีนึงใช้ได้ยาวๆ ก็จะช่วยให้เราไม่ต้องชาร์จบ่อย

5.การรับประกัน ด้วยราคามีความแตกต่างกันมาก เริ่มตั้งแต่ 300 บาท (ของจีน) ไปจนถึงหลักหมื่น ถ้าของมันดีเหมือนกันเป็นใครก็คงเลือกอันที่ 300 แต่ความจริงนั้นมันไม่ใช่ แถมยังมีความแตกต่างในหลายด้านอีกด้วย อาทิ ความแม่นยำของข้อมูลที่ติดตามวัสดุภายในและภายนอกความคงทนความสามารถของตัว Tracker,  Application, การรับประกัน ฯลฯ เพราะฉะนั้น อย่าคำนึงถึงแค่ราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว มิฉะนั้น ซื้อมาแล้วแทนที่จะได้สุขภาพอาจกลายเป็นเสียสุขภาพแทน 


สายวัดระดับสุขภาพเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้ที่ไม่ได้มุ่งเน้นการออกกำลังกายเป็นหลัก เพียงแค่อยากจะใช้นาฬิกาเพื่อเอามาวัดระดับสุขภาพต่างๆ นาฬิกาออกกำลังกายที่คุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องมีฟังก์ชั่นพิเศษอะไรมากค่ะ หลักๆก็แค่ฟังก์ชั่น ติดตามการนับก้าว ,ติดตามแคลอรี่ และวัดคุณภาพการนอนหลับ ส่วนการวัดชีพจร กับ GPS อาจไม่จำเป็นเท่าไหร่ จะมีหรือไม่มีก็ได้
 สายออกกำลังในฟิตเนส
       อย่างแรกเลยที่ไม่จำเป็นก็คือ GPS  เพราะเราออกกำลังอยู่กับที่ จึงไม่จำเป็นต้องติดตามเส้นทางการออกกำลังกาย และสิ่งที่ควรมีก็คือเซ็นเซอร์วัดชีพจร และค่าที่แสดงผลแบบ Real-Time, การคำนวญแคลอรี่ที่เผาผลาญตัววิเคราะห์การนอนหลับ และบางคนอาจจะอยากได้รุ่นที่มีโหมดกีฬา Indoor ซึ่งรองรับอุปกรณ์ฟิตเนส เช่น ลู่วิ่ง จักรยานไฟฟ้า อันนี้ก็ได้เช่นกัน

     สายวิ่งเทรล มาราธอน ปั่นจักรยาน

หลักๆเลยควรมีเซนเซอร์วัดชีพจร (ถ้าจะให้ดีควรเป็นแบบคาดอก), GPS ในการติดตามเส้นทางและวัดระยะความเร็วฟังก์ชั่น Navigation สำหรับตั้งโปรแกรมฝึกด้วยเส้นทางและการนำทางสำหรับการวิ่งเทรลในเส้นทางซับซ้อน, ฟังก์ชั่นและโหมดกีฬา Outdoor ที่รองรับ เข็มทิศ, การวัดอุณหภูมิ, การคำนวณความเร็ว ระยะทาง ระยะเวลาอัตราเฉลี่ยที่ละเอียด รวมถึงการวิเคราะห์ช่วงเวลาที่ควรพัก
 สายว่ายน้ำ
     สำหรับสายนี้ข้อสำคัญเลยคือ ควรมีค่ามาตรฐานกันน้ำตั้งแต่ 50 เมตรขึ้นไป และควรมีโหมดว่ายน้ำโดยเฉพาะ คำนวณขนาดของสระเพื่อคำนวณรอบการวัด Stroke, บอกรูปแบบการ Stroke และจับเวลาการฝึกซ้อม ส่วนของเซนเซอร์วัดชีพจรจะมีหรือไม่มีก็ได้

     สายไตรกีฬา
      สายนี้เป็นเหมือนศูนย์รวมทุกสิ่งอย่างการออกกำลังกายเลย ทั้งกีฬา Outdoor และว่ายน้ำ เพราะฉะนั้นจึงควรมีโหมดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น โหมดกีฬา Outdoor, โหมดว่ายน้ำ, มีค่ามาตรฐานกันน้ำตั้งแต่ 50 เมตรขึ้นไป, เซนเซอร์วัดชีพจรที่แม่นยำและต่อเนื่องมี GPS ในการติดตามเส้นทางและวัดระยะความเร็ว, โหมดสลับประเภทกีฬารองรับ และฟังก์ชั่นการติดตามผลของร่างกายและสรีระ เพื่อเช็คความฟิต








https://www.wongnai.com/beauty-products/fitness-trackers
https://www.shopback.co.th/blog/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/